08/10/2009
มีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับชื่อของแบรนด์เราอยู่หลายอย่าง เช่น การอ่าน การสะกด หรือความหมาย พอดีไปค้นข้อมูลแล้วเจอคำอธิบายดีๆที่มีมากกว่าดิกชันนารี เลยมานำเสนอเพิ่มเติมนะครับ
PASTICHE ออกเสียงตามหลักสากลว่า (แพสเทช’) หรืิอ (แพสทีช’) มี 2 ความหมายตามดิกชันนารีดังนี้ครับ
N. งานผสมผสานทางศิลปะ ดนตรีหรือวรรณคดี
syn: {hodgepodge}
ant: {sameness}
N. งานลอกเลียนแบบทางศิลปะ ดนตรีหรือวรรณคดี
แต่สาเหตุและที่มาของชื่อ PASTICHE ที่เราเลือกใช้ มันมาจากปัจจัยในวิธีคิดแบบ POST MODERN ซึ่งข้อความข้างล่างนี้บรรยายวิธีคิดของเราได้อย่างดี
Pastiche นั้นเป็นลักษณะที่สามารถพบได้ทั่วไปในยุค postmodern คำนี้มีความหมายตรงตัวว่า ปนเป ผสม(ไม่ผสาน) จะเห็นได้ว่างานออกแบบทุกแขนงในยุคนี้จะเป็นลักษณะที่เราสามารถเรียกได้ว่า Pastiche กล่าวคือ การจับเอาลักษณะของสไตล์ต่างๆมาปะติดปะต่อกัน เช่น การผสมกันของแบบตัวอักษร Serif กับ Sans จนเกิดเป็น Semi Serif สำหรับในเชิงของงานสถาปัตยกรรม ก็อย่างเช่นงานของ Michael Graves ที่ใช้ความโดดเด่นของ Roman กับความเรียบง่ายและสีของ modern หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือการจับแพะชนแกะเพื่อให้เกิดรูปแบบที่เป็นลักษณะครึ่งๆกลางๆ ดูแปลกตาออกไปจากปกติ โดยการกระทำเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความแม่นของนักออกแบบเป็นสำคัญ การที่ postmodernist ใช้การ Pastiche ในการสร้างงานบ่อยครั้ง จึงเกิดคำพูดที่ว่า postmodernist ไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งใหม่หากแต่เป็นการหยิบยืมสิ่งเด่นๆของยุคก่อนๆมายำจนเละ เหตุผลก็คือ หลายๆ ครั้งที่การทำลักษณะนี้เป็นการเสื่ยงต่อการที่งานสำเร็จจะดูไร้รสนิยมในการออกแบบ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัด ก็อย่างเช่นตึกแถวในประเทศไหนไม่รู้ที่บ้าทำเสา Roman อย่างไร้สติ และรสนิยม (อ้างอิงจาก อนุทิน วงศ์สรรคกร, กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒, ศูนย์ข้อมูลสาธารณะเพื่อการศึกษาการออกแบบ เลขนศิลป์ และอักขรศิลป์) และนั่นก็เป็นที่มาของสโลแกนของเราที่ว่า CUT ‘N’ PASTE นั่นเอง…
ความเห็น (0)